Mazda BT-50Pro Club Thailand

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ดู: 26|ตอบกลับ: 0

เรื่องที่ผู้ขับขี่รถยนต์ ต้องรู้เกี่ยวกับ พรบ. รถยนต์

[คัดลอกลิงก์]
การประกันรถยนต์มีหลายประเภท ทั้งประกันชั้น 1ชั้น 2 และประกัน ชั้น 3 ซึ่งเป็นการประกันภาคสมัครใจ ส่วนประกันอีกประเภทหนึ่งเป็นการประกันภัยภาคบังคับ ซึ่งรถยนต์ทุกคันต้องมีที่เรียกว่า ประกัน พรบ. หรือที่รู้จักกันดีว่า พรบ. รถยนต์ ซึ่ง พรบ. ดังกล่าวจะมีอายุใช้งาน 1 ปี ดังนั้นเมื่อครบอายุจึงต้องมีการต่อพรบรถยนต์กันทุกปีดังนั้นการที่จะทำประกันรถชั้น 1 ที่ไหนดี หรือต่อ พรบ.ประกันที่ไหนดีจึงต้องพิจารณา เนื่องจากอาจต้องทำไปพร้อม ๆ กันได้ แต่ก่อนอื่นเรื่อง พรบ. รถยนต์ที่ต้องรู้ ดังนี้
เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์
1.ต้องต่อ พ.ร.บ. ทุกปี เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ ผู้บาดเจ็บจะได้รับการคุ้มครอง และการช่วยเหลือซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระด้านค่ารักษาพยาบาล กฎหมายบังคับให้การต่อทะเบียนรถรายปีต้องใช้ พ.ร.บ. รถยนต์ก่อนจึงจะต่อทะเบียนรถได้ พาหนะทางบกทุกคันต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกชนิดที่มีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสาร รถบรรทุก รถที่ใช้ในราชการทหาร รถบดถนน รถอีแต๋น รถพ่วง และรถที่ใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานทดแทนต้องทำ พ.ร.บ. ทุกคัน รวมทั้งเจ้าของรถ ผู้เช่าซื้อ และผู้ที่นำรถจากต่างประเทศมาขับต้องต่อ พ.ร.บ. รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. คามที่กฎหมายบังคับคันละ 1 ฉบับ เหมือนกับการประกันภาคสมัครใจ ส่วนคนที่ต้องทำ พ.ร.บ.รถยนต์ คือ เจ้าของรถ ผู้เช่าซื้อ และผู้นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผู้ที่ซื้อหรือผุ้ที่ครอบครองรถทุกคนนั่นเอง
2.เมื่อเกดเหตุต้องยื่นเรื่องเบิกจ่ายกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือโทร.1620 ภายใน 180 วัน นับจากวันเกิดเหตุหรือวันที่ลงบัญทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และควรเตรียมเอกสารเพื่อใช้เบิกค่าใช้จ่าย ค่าชดเชย หรือค่าสินไหมทดแทน ซึ่งประกอบไปด้วย
2.1 สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
2.2 สำเนาใบขับขี่ พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
2.3 สำเนาทะเบียนรถ
2.4 สำเนาทะเบียนบ้านทั้ง 2 ฝ่ายได้แก่ทั้งฝ่ายที่ถูกและผิด หรือสำเนาบัตรประชาชนของทายาทในกรณีที่ผู้ประสบภัยเสียชีวิต
2.5 หน้าตาราง พ.ร.บ.
2.6 บันทึกประจำวันจากตำรวจ
2.7 ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
2.8 ใบรับรองแพทย์
2.9 แต่ถ้าคนเจ็บยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ให้ทำการมอบอำนาจให้โรงพยาบาลเป็นผู้ยื่นเรื่องเบิกแทนได้
3. พ.ร.บ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครอง เฉพาะค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเมื่อประสบภัยจากรถ กรณีเกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน พ.ร.บ.รถยนต์จะช่วยเหลือทุก ๆ คนให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็วทันท่วงที กรณีที่บาดเจ็บเบื้องต้นที่จะได้รับเงิน 30,000 บาท หรือเป็นค่าปลงศพกรณีที่ผู้ประสบภัยเสียชีวิต 35,000 บาท และหลังจากพิสูจน์ถูกผิดค่ารักษาพยาบาลฝ่ายถูกจะได้รับ 80,000 บาท และกรณีเสียชีวิต 300,000 บาท ตามความคุ้มครองของ พ.ร.บ.
4. ถ้ามีค่ารักษาพยาบาลเกินจากความคุ้มครองของ พ.ร.บ. ก็ต้องจ่ายส่วนต่าง ถ้าค่ารักษาพยาบาลเกินกว่าวงเงินที่ พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองแล้วผู้กระทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินเอง แต่ถ้ามีประกันภัยภาคสมัครใจไปก็โชคดี เพราะจะคุ้มครองค่าเสียหายส่วนเกินนี้ โดยแต่ละชั้นก็จะให้ความคุ้มครองที่ต่างกันตามทุนประกันที่เรามี แต่ถ้าทำแค่ พ.ร.บ.รถยนต์อย่างเดียว ผู้ขับขี่ก็ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกินเอง ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ค่ารักษาพยาบาลสูงลิ่วแต่คู่กรณีไม่ยินยอมก็ต้องมีการฟ้องร้องกัน ทางที่ดีทำประกันภาคสมัครใจไว้ด้วยดีที่สุด


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

Archiver|BT-50Pro Club Thailand

GMT+7, 2019-10-20 16:43 , Processed in 0.026862 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X3.4

© Modify By Joeyman001DiScUzThAi

ขึ้นไปด้านบน